มัทฉะ คนท้องกินได้ไหม? ดื่มได้กี่แก้ว ปลอดภัยแค่ไหน

บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อสินค้าผ่านลิงก์ในบทความนี้ เราอาจได้รับค่าตอบแทนเล็กน้อยโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ซึ่งช่วยสนับสนุนการผลิตเนื้อหาให้เราได้ทำต่อไป

คำถามที่คุณแม่สายมัทฉะกังวลที่สุดคือ มัทฉะ คนท้องกินได้ไหม คำตอบคือ ดื่มได้ แต่ต้องจำกัดปริมาณ เพราะประเด็นหลักไม่ใช่ตัวมัทฉะ แต่คือ คาเฟอีน ที่มากับมัน

และมีอีกเรื่องที่คนมักไม่รู้ ซึ่งอาจสำคัญกว่าคาเฟอีนสำหรับคนท้องบางคน นั่นคือผลของมัทฉะต่อ การดูดซึมธาตุเหล็ก

บทความนี้จะช่วยให้คุณคำนวณได้เองว่าดื่มได้กี่แก้ว ควรดื่มตอนไหน และเมื่อไหร่ควรงด

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ที่ฝากครรภ์ก่อนเสมอ เพราะแต่ละครรภ์มีเงื่อนไขต่างกัน

คำตอบสั้นๆ

คนท้องทั่วไป → ดื่มได้ประมาณวันละ 1 แก้ว

โดยต้องนับรวมคาเฟอีนจากทุกแหล่งในวันนั้น

คนท้องที่มีภาวะโลหิตจาง

→ ดื่มได้แต่ต้องเว้นห่างมื้ออาหารและยาบำรุงเลือด

คนท้องที่แพทย์สั่งงดคาเฟอีน

→ งดตามคำแนะนำแพทย์

เรื่องคาเฟอีน สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อน

คำแนะนำสากลสำหรับหญิงตั้งครรภ์คือ จำกัดคาเฟอีนไม่เกินประมาณ 200 มิลลิกรัมต่อวัน

จุดที่คนพลาดคือ 200 มิลลิกรัมนั้นคือยอดรวมจากทุกแหล่ง ไม่ใช่จากเครื่องดื่มชนิดใดชนิดหนึ่ง

แหล่งคาเฟอีนที่คนท้องมักลืมนับ

• กาแฟ – ชาเขียว ชาดำ ชาไทย

• น้ำอัดลมสีดำ – ช็อกโกแลตและโกโก้

• เครื่องดื่มชูกำลัง – ยาแก้ปวดบางชนิด

มัทฉะมีคาเฟอีนเท่าไหร่

มัทฉะให้คาเฟอีนมากกว่าชาเขียวชงใบในปริมาณเดียวกัน เพราะคุณดื่ม ใบชาทั้งใบ ไม่ใช่แค่น้ำที่สกัดออกมา

ปริมาณจริงขึ้นกับเกรดของมัทฉะและปริมาณผงที่ใช้ต่อแก้ว แต่โดยทั่วไปมัทฉะหนึ่งแก้วมาตรฐาน (ผง 2 กรัม) ให้คาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟหนึ่งแก้วอย่างชัดเจน แต่มากกว่าชาเขียวชงใบ

ดูตัวเลขเปรียบเทียบละเอียดได้ที่ มัทฉะ คาเฟอีน เท่าไหร่

วิธีคำนวณง่ายๆ ว่าดื่มได้กี่แก้ว

งบคาเฟอีนต่อวัน 200 มก.

− กาแฟเช้า 1 แก้ว ประมาณ 95 มก.

= เหลือ 105 มก.

→ ยังดื่มมัทฉะได้ประมาณ 1 แก้ว

ถ้าไม่ดื่มกาแฟเลย

→ ดื่มมัทฉะได้สบายๆ 1-2 แก้ว

คำแนะนำที่ปลอดภัยและง่ายที่สุดคือ เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างกาแฟกับมัทฉะในแต่ละวัน อย่าดื่มทั้งคู่

เรื่องที่สำคัญไม่แพ้คาเฟอีน: การดูดซึมธาตุเหล็ก

นี่คือประเด็นที่คนท้องหลายคนไม่รู้

มัทฉะมี แทนนินและคาเทชิน ในปริมาณสูง ซึ่งจับกับธาตุเหล็กชนิดที่มาจากพืช ทำให้ร่างกายดูดซึมได้น้อยลง

ทำไมเรื่องนี้สำคัญเป็นพิเศษกับคนท้อง

  • ความต้องการธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นมากในช่วงตั้งครรภ์
  • ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กพบบ่อยในหญิงตั้งครรภ์
  • คุณแม่หลายคนได้รับยาบำรุงเลือดจากแพทย์อยู่แล้ว

✅ ดื่มมัทฉะห่างจากมื้ออาหารและยาบำรุงเลือด อย่างน้อย 1 ชั่วโมง

❌ อย่าดื่มมัทฉะพร้อมมื้ออาหาร หรือกลืนยาบำรุงเลือดด้วยมัทฉะ

การเว้นระยะเพียงเท่านี้ช่วยได้มาก และทำให้คุณยังดื่มมัทฉะได้โดยไม่ต้องกังวล

ข้อควรระวังอื่นสำหรับคนท้อง

1. แสบท้องและกรดไหลย้อน

คาเทชินกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะ ส่วนคนท้องมักมีกรดไหลย้อนอยู่แล้วจากฮอร์โมนและมดลูกที่กดทับ

ควรดื่มหลังอาหาร ไม่ดื่มตอนท้องว่าง และเลี่ยงใกล้เวลานอน

2. การนอนที่แย่ลง

คนท้องมักนอนไม่ค่อยหลับอยู่แล้ว โดยเฉพาะไตรมาสสาม การเพิ่มคาเฟอีนช่วงบ่ายหรือเย็นจะยิ่งทำให้หลับยากขึ้น

ดื่มก่อนบ่ายสามเป็นหลักที่ปลอดภัย

3. วิตามิน K กับยาละลายลิ่มเลือด

มัทฉะมีวิตามิน K หากคุณได้รับยาละลายลิ่มเลือดระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งบางกรณีแพทย์สั่งให้ ต้องแจ้งแพทย์ว่าดื่มมัทฉะเป็นประจำ

4. คุณภาพและแหล่งที่มา

เพราะดื่มใบชาทั้งใบ สิ่งที่ปนเปื้อนในใบจึงเข้าสู่ร่างกายทั้งหมด รวมถึงโลหะหนักที่ต้นชาดูดซับจากดิน

ช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงที่ควรใส่ใจเรื่องนี้มากกว่าปกติ เลือกมัทฉะที่ระบุแหล่งผลิตชัดเจน และเลี่ยงสินค้าราคาถูกผิดปกติที่ไม่บอกที่มา

5. อย่ากินอาหารเสริมสารสกัดชาเขียวควบคู่

รายงานเรื่องผลต่อตับที่เกี่ยวข้องกับชาเขียวเกือบทั้งหมดมาจาก อาหารเสริมสารสกัดเข้มข้น ไม่ใช่การดื่มชาปกติ

ช่วงตั้งครรภ์ไม่ควรกินอาหารเสริมสารสกัดชาเขียวอยู่แล้ว หากกำลังกินอยู่ควรปรึกษาแพทย์

ไตรมาสไหนควรระวังมากที่สุด

ไตรมาสข้อสังเกต
ไตรมาสแรกควรระวังคาเฟอีนมากที่สุด เป็นช่วงที่อวัยวะทารกกำลังก่อตัว หลายคนเลือกงดไปเลยเพื่อความสบายใจ
ไตรมาสสองดื่มได้ในปริมาณจำกัด ควรเริ่มใส่ใจเรื่องธาตุเหล็กเป็นพิเศษ
ไตรมาสสามกรดไหลย้อนและปัญหาการนอนมักหนักขึ้น ควรดื่มแต่เช้าและหลังอาหาร

คนให้นมบุตรดื่มได้ไหม

ได้ แต่ยังต้องคุมปริมาณ

คาเฟอีนผ่านเข้าน้ำนมได้ ในปริมาณเล็กน้อย ทารกโดยเฉพาะทารกแรกเกิดกำจัดคาเฟอีนออกจากร่างกายได้ช้ากว่าผู้ใหญ่มาก

สัญญาณที่บอกว่าลูกได้รับคาเฟอีนมากเกินไปคือ งอแงผิดปกติ นอนหลับยาก หรือตื่นบ่อยกว่าเดิม ถ้าสังเกตเห็นให้ลดหรืองด

เคล็ดลับคือ ดื่มทันทีหลังให้นมเสร็จ เพื่อให้ระดับคาเฟอีนในเลือดลดลงมากที่สุดก่อนถึงรอบให้นมครั้งต่อไป

ถ้าอยากดื่มแต่ยังกังวล ทำอย่างไรได้บ้าง

  1. ลดปริมาณผงต่อแก้ว ใช้ครึ่งช้อนชาแทนหนึ่งช้อนชา ได้รสชาติแต่คาเฟอีนน้อยลง
  2. ทำเป็นมัทฉะลาเต้ นมช่วยเจือจางและเพิ่มแคลเซียม แต่ระวังน้ำตาลถ้าใช้นมปรุงแต่ง
  3. เลือกวันเว้นวัน แทนการดื่มทุกวัน
  4. สลับกับเครื่องดื่มไม่มีคาเฟอีน เช่น น้ำขิงอุ่น หรือชาสมุนไพรที่แพทย์บอกว่าปลอดภัย
  5. งดในไตรมาสแรกแล้วค่อยกลับมาดื่ม เป็นทางเลือกที่คุณแม่หลายคนสบายใจกว่า

สัญญาณที่ควรหยุดดื่ม

อาการควรทำ
ใจสั่น มือสั่น วิตกกังวลผิดปกติลดหรืองด แจ้งแพทย์
นอนไม่หลับต่อเนื่องเลื่อนเวลาดื่มให้เช้าขึ้นหรืองด
แสบยอดอกรุนแรงงดและปรึกษาแพทย์
เหนื่อยง่าย ซีด เวียนหัวตรวจภาวะโลหิตจาง ทบทวนเวลาดื่ม
แพทย์แจ้งว่าค่าเลือดผิดปกติทำตามคำแนะนำแพทย์เป็นหลัก

เทียบคาเฟอีนกับเครื่องดื่มที่คนท้องดื่มบ่อย

เพื่อให้เห็นภาพว่ามัทฉะอยู่ตรงไหนในงบคาเฟอีน 200 มก. ต่อวัน

เครื่องดื่มคาเฟอีนโดยประมาณเหลืองบเท่าไหร่
กาแฟดริป 1 แก้ว~95 มก.105 มก.
อเมริกาโน 1 แก้ว~75 มก.125 มก.
มัทฉะชงเอง (ผง 2 ก.)น้อยกว่ากาแฟชัดเจนเหลือมากพอดื่มได้อีก
ชาเขียวชงใบ 1 แก้วน้อยกว่ามัทฉะเหลือเยอะ
ชาไทยเย็น 1 แก้วปานกลางขึ้นกับสูตรร้าน
น้ำอัดลมสีดำ 1 กระป๋อง~35 มก.165 มก.
ช็อกโกแลตดำ 1 แถว~20 มก.180 มก.

ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าประมาณ ปริมาณจริงต่างกันตามยี่ห้อ วิธีชง และความเข้มข้น

ข้อสรุปที่ใช้ได้จริงคือ ถ้าวันไหนดื่มกาแฟไปแล้ว ให้ข้ามมัทฉะวันนั้น และถ้าอยากดื่มมัทฉะเป็นประจำ ให้มัทฉะเป็นเครื่องดื่มมีคาเฟอีนหลักของวัน

คำถามที่พบบ่อย

คนท้องดื่มมัทฉะลาเต้จากร้านได้ไหม? ได้ แต่ปริมาณผงมัทฉะและน้ำตาลของแต่ละร้านต่างกันมาก บางร้านใช้ผงมัทฉะผสมน้ำตาลสำเร็จรูปซึ่งให้น้ำตาลสูงมาก ถ้าดื่มบ่อยควรชงเองจะควบคุมได้ดีกว่า

มัทฉะปลอดภัยกว่ากาแฟสำหรับคนท้องไหม? คาเฟอีนต่อแก้วมักน้อยกว่ากาแฟ และมีแอลธีอะนีนที่ทำให้ฤทธิ์นุ่มนวลกว่า แต่ในแง่ความปลอดภัยสิ่งที่นับคือ ปริมาณคาเฟอีนรวมต่อวัน ไม่ใช่ว่ามาจากเครื่องดื่มชนิดไหน

ดื่มมัทฉะทำให้แท้งไหม? การดื่มในปริมาณจำกัดตามคำแนะนำเรื่องคาเฟอีนไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นสาเหตุ ความกังวลเรื่องคาเฟอีนกับการตั้งครรภ์เกี่ยวข้องกับการได้รับปริมาณสูง จึงเป็นเหตุผลที่มีคำแนะนำให้จำกัดไว้ที่ 200 มก. ต่อวัน

ไตรมาสแรกควรงดไปเลยไหม? ไม่มีข้อบังคับให้งด แต่คุณแม่จำนวนมากเลือกงดเพื่อความสบายใจ ซึ่งเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล ควรคุยกับแพทย์ที่ฝากครรภ์

มัทฉะช่วยเรื่องแพ้ท้องไหม? ไม่มีหลักฐานว่าช่วย และกลิ่นเข้มของมัทฉะอาจกระตุ้นให้คลื่นไส้มากขึ้นในบางคน

สรุป

มัทฉะ คนท้องกินได้ไหม — ดื่มได้ครับ ประมาณวันละ 1 แก้ว โดยมีสามหลักที่ต้องจำ

  1. นับคาเฟอีนรวมทั้งวันไม่เกิน 200 มก. จากทุกแหล่ง ไม่ใช่แค่มัทฉะ
  2. เว้นห่างมื้ออาหารและยาบำรุงเลือด 1 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้รบกวนการดูดซึมธาตุเหล็ก
  3. ดื่มหลังอาหาร ก่อนบ่ายสาม ลดทั้งกรดไหลย้อนและปัญหาการนอน

ประเด็นธาตุเหล็กเป็นสิ่งที่คนมองข้ามบ่อยที่สุด ทั้งที่แก้ได้ง่ายมากแค่เปลี่ยนเวลาดื่ม

ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ที่ดูแลครรภ์ของคุณก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะหากมีภาวะโลหิตจาง ครรภ์เสี่ยง หรือได้รับยาประจำ

Leave a Comment