หลายคนอาจสงสัยว่า มัทฉะ กับ ชาเขียว ต่างกันยังไง เพราะทั้งสองอย่างนี้มาจากต้นชาชนิดเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วมีความแตกต่างกันมากในเรื่องของกระบวนการผลิต รสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ และวิธีการดื่ม วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับความแตกต่างทั้งหมดกัน
ที่มาและกระบวนการปลูก
ชาเขียว ปลูกภายใต้แสงแดดตามธรรมชาติ ใบชาจะถูกเก็บเกี่ยวแล้วนำไปผ่านกระบวนการนึ่งหรืออบเพื่อหยุดการออกซิเดชัน จากนั้นจึงนำไปตากแห้งและบรรจุ
มัทฉะ มีกระบวนการพิเศษกว่า ก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 20-30 วัน ต้นชาจะถูกปิดด้วยผ้าหรือตาข่ายเพื่อบังแสงแดด ทำให้ใบชามีสีเขียวเข้มขึ้นและเพิ่มปริมาณคลอโรฟิลล์และกรดอะมิโน หลังเก็บเกี่ยว ใบชาจะถูกนึ่ง ตากแห้ง และนำไปบดละเอียดเป็นผงเขียวนวล ถ้าคุณสนใจเรื่องราวประวัติความเป็นมาของมัทฉะเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่บทความ มัทฉะ Llamito: เครื่องดื่มฟิวชั่นใหม่ที่น่าลอง ของเรา
ลักษณะและวิธีการดื่ม
ชาเขียว มีลักษณะเป็นใบชาแห้ง เวลาดื่มจะต้องชงด้วยน้ำร้อน รอให้สกัดสารออกมา จากนั้นกรองใบชาทิ้ง ดื่มเฉพาะน้ำชา คุณจะได้รับเพียงสารที่ละลายน้ำได้เท่านั้น
มัทฉะ เป็นผงสีเขียวละเอียด วิธีดื่มคือการตีผงมัทฉะให้เข้ากับน้ำร้อน (ไม่ใช่น้ำเดือด) จนเป็นฟอง แล้วดื่มทั้งหมดพร้อมผง ทำให้คุณได้รับสารอาหารทั้งหมดจากใบชา
รสชาติและกลิ่น
ชาเขียว มีรสชาติอ่อนๆ สดชื่น บางชนิดอาจมีความขมเล็กน้อย มีความหอมของใบชาสด ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และแหล่งผลิต
มัทฉะ มีรสชาติเข้มข้นกว่า มีความหวานละมุนจากกรดอะมิโน (โดยเฉพาะ L-theanine) ผสมกับความขมเล็กน้อย มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว บางคนบอกว่ามีความ “อุมามิ” คล้ายสาหร่ายทะเล
คุณค่าทางโภชนาการ
ชาเขียว ให้สารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะ catechins และ EGCG แต่ได้เฉพาะสารที่ละลายน้ำ มีคาเฟอีนประมาณ 20-50 มก. ต่อถ้วย
มัทฉะ ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าถึง 10-15 เท่า เพราะดื่มทั้งผงใบชา จึงได้รับ:
- สารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า
- L-theanine สูงกว่า ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายแต่ตื่นตัว
- คลอโรฟิลล์สูงกว่า
- วิตามินและเกลือแร่ครบถ้วนกว่า
- คาเฟอีนประมาณ 70-100 มก. ต่อถ้วย แต่ถูกดูดซึมช้ากว่ากาแฟ
ราคา
ชาเขียว มีราคาไม่แพง หาซื้อได้ง่าย มีทั้งแบบถุงชา ใบชาเต็มใบ ตั้งแต่ราคาหลักสิบจนถึงหลักร้อยบาท
มัทฉะ มีราคาสูงกว่ามาก เพราะกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน มัทฉะคุณภาพดีสำหรับพิธีชงชาญี่ปุ่น (Ceremonial Grade) อาจมีราคาตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพันบาทต่อ 100 กรัม ส่วนมัทฉะเกรดทำอาหาร (Culinary Grade) จะถูกกว่า
ประโยชน์ต่อสุขภาพ
ทั้งสองอย่างมีประโยชน์ต่อสุขภาพดังนี้:
- ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
- สนับสนุนการเผาผลาญ
- ช่วยให้ตื่นตัวและเพิ่มสมาธิ
- อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคบางชนิด
แต่มัทฉะให้ประโยชน์เหล่านี้ในระดับที่เข้มข้นกว่าเนื่องจากดื่มทั้งใบชา หากคุณกำลังมองหาทางเลือกเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอื่นๆ ลองอ่านบทความ ผงผัก Llamito: ทางเลือกสุขภาพสำหรับคนยุคใหม่ เพื่อเปรียบเทียบตัวเลือกที่หลากหลาย
ควรเลือกดื่มอะไรดี?
เลือกชาเขียว ถ้าคุณ:
- ชอบรสชาติอ่อนๆ สดชื่น
- ต้องการเครื่องดื่มราคาประหยัด
- ดื่มง่าย ชงง่าย
- ไวต่อคาเฟอีน
เลือกมัทฉะ ถ้าคุณ:
- ต้องการสารอาหารเข้มข้น
- ชอบรสชาติที่เข้มข้นและซับซ้อน
- ต้องการพลังงานและสมาธิที่ยาวนาน
- สนใจวัฒนธรรมการดื่มชาญี่ปุ่น
- ชอบนำไปทำเครื่องดื่มหรือขนมหลากหลาย
แนะนำผลิตภัณฑ์มัทฉะคุณภาพ
หากคุณสนใจจะลองดื่มมัทฉะคุณภาพดี เราขอแนะนำ ผงมัทฉะแท้จากญี่ปุ่น ที่นี่ ที่มีให้เลือกหลายเกรดตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นแบบดื่มหรือทำขนม ราคาเหมาะสม คุณภาะน่าเชื่อถือ
นอกจากมัทฉะแท้แล้ว คุณยังสามารถลองเครื่องดื่มผสมมัทฉะแบบใหม่อย่าง มัทฉะ Llamito ที่ผสมผสานระหว่างมัทฉะญี่ปุ่นกับนมลามา สร้างประสบการณ์การดื่มที่แปลกใหม่และอร่อยได้อีกด้วย
สรุป
มัทฉะและชาเขียวแม้จะมาจากต้นชาชนิดเดียวกัน แต่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในเรื่องของกระบวนการผลิต รสชาติ วิธีการดื่ม และคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งสองอย่างมีข้อดีในแบบของตัวเอง การเลือกดื่มขึ้นอยู่กับความชอบ งบประมาณ และสิ่งที่คุณต้องการจากเครื่องดื่มชา หรือคุณอาจจะลองดื่มทั้งสองอย่างสลับกันเพื่อให้ได้ประโยชน์ที่หลากหลายก็ได้นะครับ
สนใจผงมัทฉะคุณภาพดี? คลิกดูสินค้าได้ที่นี่